ข้ามไปยังทูลบาร์
  boonroumradio@gmail.com   02-408-6470, 089-668-1047

มังคะละสุตตัง

เอวัมเม  สุตังฯเอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิ ยัง วิหะระติเชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม ฯ อะถะโขอัญญะตะรา เทวะตา อะภิกกันตายะ รัตติยา อะภิกกันตะวัณณา เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตวา เยนะ ภะคะวา เตนุปะสังกะมิ อุปะสังกะมิตวา ภะคะวันตัง อะภิวาเทตวา เอกะมันตัง อัฏฐาสิฯ เอกะมันตังฐิตาโข สาเทวะตา ภะคะวนตั ังคาถายะอัชฌะภาสิฯ หยุด

อะเสวะนา จะ พาลานัง ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา
ปูชา จะ ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ วินะโย จะ สุสิกขิโต
สุภาสิตา จะ ยา วาจา เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

มาตาปิตุอุปัฏฐานัง ปุตตะทารัสสะ สังคะโห
อะนากุลา จะ กัมมันตา เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ ญาตะกานัญจะ สังคะโห
อะนะวัชชานิ กัมมานิ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

อาระตี วิระตี ปาปา มัชชะปานา จะ สัญญะโม
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

คาระโว จะ นิวาโต จะ สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา
กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

ขันตี จะ โสวะจัสสะตา สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง
กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

ตะโป จะ พ๎รัห๎มะจะริยัญจะ อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง
นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ
อะโสกัง วิระชัง เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ

เอตาทิสานิ กัต๎วานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา
สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ ฯ

คำแปล มงคลสูตร

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสแสดงมงคลอันสูงสุด ดังต่อไปนี้

๑. การไม่คบคนพาล การคยแต่ยัณฑิต การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา ทั้ง ๓ ประการนี้เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๒. การอยู่ในสถานที่อันสมควร ความเป็นคนผู้มีบุญอันได้กระทำไว้แต่กาลก่อนการตั้งตนไว้โดยชอบตามทำนองคลองธรรม ทั้ง ๓ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๓. ความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังธรรมและปฏิบัติธรรมมาก ความเป็นผู้มีศิลปวิทยา ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติในระเบียบวินัยเป็นอันดี การกล่าววาจาที่เป็นธรรมและไพเราะ แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ก็เป็นมงคลอันสูงสุด

๔. การอุปัฎฐากบำรุงบิดามารดาให้มีสุข การสงเคราะห์บุตรและภรรยาให้มีสุข การทำการงานให้เสร็จเรียบร้อยไม่คั่งค้าง ทั้ง ๓ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๕. การให้ทาน การประพฤิตธรรม การสงเคราะห์ญาติและคนใกล้ชิดทั้งหลาย การทำการงานที่ไม่ประกอบด้วยโทษทั้งทางโลกและทางธรรม แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๖. การงดเว้นจากการทำบาปทั้งหลาย การงดเว้นจากการดื่มน้ำเมา ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย ทั้ง ๓ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๗. การเคารพต่อบุคคลและสิ่งที่ควรเคารพ ความไม่เย่อหยิ่งจองหอง ความสันโดษยินดีในสิ่งที่ตนมีอยู่ และสิ่งที่ตนถึงหาได้โดยชอบธรรม ความเป็นผู้มีกตัญญูรู้คุณที่ท่านได้ทำไว้แล้วแก่ตน การได้ฟังธรรมคำสอนของสัตบุรุษตามกาลเวลาอันสมควร แม้ทั้ง ๕ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๘. ความเป็นผู้มีขันติความอดทน ความเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย การได้เห็นสมณพราหมณ์ผู้ทรงศีลทั้งหลาย การได้เจรจาสนทนาธรรมตามกาลเวลาอันสมควร ทั้ง ๔ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๙. การมีความเพียรเพื่อเผากิเลส การประพฤติพรหมจรรย์คือปฏิบัติตนให้เป็นผู้ประเสริฐ  การมีปัญญาเห็นอริยสัจทั้งหลาย  การทำมห้แจ้งซึ่งพระนิพพาน ทั้ง ๔ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๑๐. การทำจิตไม่ให้หวั่นไหวในโลกธรรมที่มากระทบ  การไม่ทำใจให้เศร้าโศก การทำจิตให้ปราศจากธุลี คือกิเลสทั้งหลาย การทำจิตให้ถึงพระนิพพาน อันเป็นแดนอันพ้นจากภัยทั้งหลาย ทั้ง ๔ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

๑๑. อนึ่ง เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อได้กระทำมงคลทั้งหลายเช่นนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวง และย่อยถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง ทั้งหมดนั้นเป็นมงคลอันสูงสุด ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้นแล ฯ